ตอบคำถามเพิ่ม คลิกที่นี่
 
  สวัสดีวันจันทร์ "พี่ฟีคุยค่ะ ^--^"  
 
 

ฟีลิปดา

2 ต.ค. 60
เวลา 10:40:08

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
สวัสดีวันจันทร์ที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ ค่ะ

ตุลาคม เริ่มมาก็เป็นซึมๆ แล้ว
ก็ขอให้ทุกคนผ่านไปได้อย่างเข้มแข็งนะคะ

เดือนนี้จะเริ่มเขียนเรื่องใหม่แล้วค่ะ
เป็นเรื่องที่ค้างเอาไว้ ถ้านับเวลา
ก็น่าจะ 10 ปีได้ ^--^
เป็นเรื่องตัวละครต่อกันด้วย

ตอนเขียนเรื่องแรก
พล็อตเรื่องสอง เรื่องสามก็ตามมา
แต่ก็มีแต่พล็อต วางเหตุการณ์เอาไว้

แล้คนเขียนก็ไปเขียนเรื่องอื่น
บทจะกลับมาเขียน ที่เคยเตรียมไว้
เหมือนจะไม่ได้เร้าใจเหมือนตอนนั้น
ก็ต้องว่ากันใหม่ ใส่อะไรใหม่ลงไป

เขียนนวนิยายรักที่อยากให้ต่างออกไป
บางทีมันก็คิดไม่ออกในรายละเอียดค่ะ
คือพล็อตโครงเรื่องคร่าวๆ ไม่ยากค่ะ
เวลาคิดก็คิดไปได้ไหลไปเรื่อย
แต่เวลามาลงมือเขียนนี่ล่ะ
รายละเอียดมันตัน หนำซ้ำคิดได้ใหม่อีก ^--^

เขียนเรื่องต่อมา ก็อยากจะให้มันสนุกยิ่งกว่าเรื่องแรก
อยากให้มันมีอะไรมากไปกว่าเรื่องแรก
เพราะยิ่งเขียน มันก็ควรจะยิ่งดีขึ้นนี่เนอะ

แล้วยิ่งเป็นการเขียนเอาไว้ครึ่งทางแล้วจะไปต่อนี่
โห ต้องกลับไปอ่าน บิ้วอารมณ์ตามให้ทันอันเก่า
ฮ่าๆๆ ทำเอาคิดว่าเขียนใหม่ท่าจะดีกว่า

แต่เป็นนักเขียน...
ยิ่งเขียนนวนิยายหลายเรื่อง ก็ยิ่งต้องรู้มากขี้น
ไม่เพียงเนื้อหาแต่ยังเป็นเทคนิกการนำเสนอ
รู้ว่าเรื่องที่ผ่านมาเราขาดอะไร
รู้ว่าเรื่องที่ผ่านมามันมีจุดอ่อนตรงไหน
รู้ว่าเรื่องต่อไปเราอยากจะเพิ่มอะไร
รู้ว่าเรื่องต่อไปเราอยากจะนำเสนออะไร
รู้ว่าเราจะแก้ไขตรงไหน
รู้ว่าจะใส่ลูกเล่นอะไร
^--^
หยุดที่เรียนรู้ไม่ได้เลยค่ะ สำหรับการเป็นนักเขียน

แล้วเรียนรู้จากไหนล่ะ?
สำหรับพี่ฟีแล้ว เรียนรู้จากการอ่านหนังสือค่ะ
และบทความในอินเตอร์เน็ตค่ะ
หนังสือที่อ่าน 95 % จะเป็น non fiction
เทคนิกการเขียนพี่ฟีได้จากหนังสือเกี่ยวกับการเขียน
ไอเดียเขียน พี่ฟีได้จากหนังสือที่ตัวเองสนใจอ่าน
ความสนใจนี่ มันก็เป็นความสนใจโดยส่วนตัวค่ะ

พอมี ความอยากรู้ ในเรื่องอะไรก็อ่านในเรื่องนั้น
แล้วเอาสิ่งนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการเขียน
และถึงแม้จะใช้ไม่ได้ พี่ฟีก็ถือว่า ฝีกอ่านเอาศัพท์ค่ะ ^--^

ก็ดูหนังซีรีส์บ้าง เรื่องไหนชอบ พี่ฟีก็ดูซ้ำ
แล้วรู้ว่าเราชอบเพราะอะไร
เขาก็ต้องสร้างได้ตรงกับจริตที่เรามี เราจึงชอบ
เราก็ดูเทกนิกการนำเสนอของเขา
เอามาเปรียบเทียบกับการเขียนของเรา

การเปรียบเทียบ เป็นบ่อเกิดแห่งความรู้อย่างหนึ่งค่ะ
เพราะคนถ้าเปรียบเทียบเป็น ก็ย่อมรู้ค่ะ
ทำไมซีรีส์เขาทำให้เราหัวเราะได้ทั้งๆ ที่น้ำตาคลออยู่
จะว่าไปเรื่องนี้ พล็อตก็ไม่มีอะไรเลยนี่นา
เออ ชอบนะแบบนี้ พอหันกลับไปดูของเรา

พล็อตก็ไม่ต่างเท่าไหร่ แต่

...ฉันกระหน่ำดราม่าไปทุกซีนเลยอะ...
เหตุการณ์ที่น่าจะคลี่คลายตอนนี้
ฉันเก็บมันเอาไว้โน่นใกล้จะจบโน่น

ตัวละครตัวนี้ถูกกระทำมาตั้งแต่ต้น
มาฮึดเอาชนะตอนสุดท้าย...ว้าไม่มันเลย
คนอ่านคนดูสะสมความเบื่อไม่ถูกใจไว้เสียนาน
มาเคลียร์ให้เอาตอนสิบหน้าจบแค่เนี่ย!
แล้วอ่านมาก่อนหน้าตั้งสามร้อยหน้า
มันอะไรอะ ฮ่าๆๆๆ
ดังนั้นก็คงจะทำให้เราระมัดระวัง
ในเรื่องการ ดำเนินเรื่อง ไปได้บ้างว่า
จะผ่อน จะคลาย จะซ่อนปม วางปมตรงไหน
อารมณ์อะไรบ้างที่ควรจะสอดแทรก
เข้าไปในเรื่อง

นวนิยายควรจะอ่านเพลิดเพลินในทุกตอน
ไม่ใช่แค่ตอนจบค่ะ

ไปลิสต์หนังสือเตรียมซื้อกันนะคะ
ขอบคุณที่อ่านเป็นเพื่อนคุยพี่ฟีค่ะ
ฟีลิปดา
^--^
 


  คำตอบที่ 1  
 

copter

2 ต.ค. 60
เวลา 10:48:59
ขอบคุณค่ะ พี่ฟี
พี่ฟีช่วยแนะนำในหลายๆ เรื่อง
ให้เกิดประโยชน์ในการนำมาใช้
มันเลยทำให้คอปเป็นคนช่างสังเกต
เอาเทคนิคมาปรับใช้
รู้ในส่วนผิดพลาดของตัวเอง
พยายามแก้อยู่ค่ะ
ยากมากกกก
55555
 


  คำตอบที่ 2  
 

tomandjerdy

2 ต.ค. 60
เวลา 11:14:11
นวนิยายควรจะอ่านเพลิดเพลินในทุกตอน
ไม่ใช่แค่ตอนจบค่ะ <<< โอ...ใช่เลยๆ
กระทู้นี้ต้องเก็บค้าบบบ...
 


  คำตอบที่ 3  
 

คุณพีทคุง

4 ต.ค. 60
เวลา 11:36:36
ปังจุดเดียวกับลุงทอมเลยครับ นิยายควรจะอ่านเพลินทุกตอน ไม่ใช่แค่ตอนจบ ถ้าทำให้หัวเราะทั้งน้ำตาได้นี่ นับถือเลยนะครับ เสียดายผมไม่ใช่คนช่างสังเกต เป็นพวกอ่านแล้วอิน ดูแล้วอิน จมลงไปในเรื่องเลย พอใครถาม สนุกตรงไหน พิเศษตรงไหน ตอบไม่ได้ ลืม!
 




  เชิญกรอกข้อความเพื่อตั้งคำถาม  
  กรุณา login เพื่อตอบคำถาม